null

0

คางกุ้งทอดกรอบ Okusno ไอเดียเด็กไทย สร้างธุรกิจใหม่เงินล้าน By LeaderWing

คางกุ้งทอดกรอบ Okusno ไอเดียเด็กไทย สร้างธุรกิจใหม่เงินล้าน By LeaderWing


null

ผมรู้จักโอคุสโน่ จากรายการ SME ตีแตก 2015 แว๊บแรกที่เห็น เจ้าของธุรกิจ ตาหยี ตัวเล็ก ยิ้มเก่ง ตอบคำถามฉะฉาน ที่น่าสนใจกว่านั้นธุรกิจของเธอคือ คางกุ้ง ครั้งแรกที่ได้ยิน ยอมรับเลยว่า แปลก แตกต่าง น่าสนใจ ผมลุ้นเอาใจช่วยจนในที่สุดเธอก็คว้าแชมป์มาได้ ไม่แปลกเลยครับ สิ่งที่เธอทำคนทั่วไป 99 % มองข้าม แม้แต่ตัวผมเองก็มองข้ามหัวกุ้งไปจริงๆ เธอคือ 1 % ที่นำเอาของเหลือทิ้งมาทำให้เป็นธุรกิจสร้างรายได้จากเงินแสนสู่ธุรกิจเงินล้าน และวันนี้ Leader Wings จะพาคุณไปรู้จักกับธุรกิจนี้ครับ

คางกุ้งทอดกรอบ Okusno ไอเดียเด็กไทย สร้างธุรกิจใหม่เงินล้าน

 

คนทั่วไปคิดว่า…

  • หัวกุ้งเอาไปเป็นอาหารสัตว์
  • หัวกุ้งเอาไปทำเป็นโมบาย
  • หัวกุ้งเอาไปทำเป็นปุ๋ย
  • หัวกุ้งเอาไปทิ้ง (ใครจะกิน)

บริษัท  โอคุสโน่  ฟู้ดส์  จำกัด

คุณพิมพ์มาดา พัฒนปรัชญาพงศ์ (แพร) อายุ 26 ปี
ตำแหน่ง CEO การศึกษา นิเทศวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หลังจากเรียนจบได้มีโอกาสไปทำงานสโลวีเนียด้านกราฟฟิกดีไซน์
พอได้ทำงานประจำรู้ตัวว่า ตัวเองไม่ชอบทำงานในออฟฟิศ กลับมาเมืองไทยก็คิดว่าจะทำอะไรดี ก็เลยมาลงตัวเปิดธุรกิจของตัวเอง

จุดเริ่มต้น “คางกุ้ง”

ธุรกิจที่ว่านั่นก็คือ “ส่วนใต้หัวกุ้ง”  เรียก “คางกุ้ง”  คางกุ้งสามารถเอามาทำเป็นขนมได้ ผู้จุดประกายไอเดียก็คือ (แม่เล็ก)  คุณธัญญารัตน์  พัฒนปรัชญาพงศ์  ด้วยความที่คุณแม่เป็นคนชอบทำกับข้าวเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว มีอยู่วันนึงไปซื้อกุ้งมา แกะกุ้งแกะเปลือกแล้ว ปรากฏว่าตรงคางกุ้งจับแล้วมันนิ่มๆ ก็เลยลองแกะดูแล้วคิดว่า จะทำยังไงให้คางกุ้งเป็นอาหารได้ พวกเรา 3 คน แพร และน้องชายอีก 2 คนก็ช่วยกันคิดโปรดักส์ ออกมาเป็นขนมคางกุ้งทอดกรอบ แต่มันก็ไม่ใช่ง่ายๆ พวกเราลองผิดลองถูกอยู่ 3 เดือน ทอดคางกุ้งเสียน้ำมันไปหลายกระทะจนได้สูตรลับที่ลงตัวสำเร็จ

ทฤษฎี ททท. (เถ้าแก่น้อย & เถ้าแก่เนี้ย)

“ทำทันที ทอดเททิ้ง ทดลองจนได้สูตรที่ลงตัว”


หัวกุ้ง หรือ คางกุ้ง เอามาจากไหน

ไปติดต่อฟาร์มกุ้ง เพื่อที่จะขอซื้อเฉพาะหัวกุ้ง เรารับซื้อมาจากเกษตรกร ที่ขึ้นตรงกับกรมประมง ซึ่งเค้าจะมีมาตรฐานการเลี้ยงกุ้งที่ปลอดสารเคมี เราจะมีการเทสรีพอร์ตทุกครั้ง มีการตรวจเชื้อเพื่อให้ปลอดภัย ก่อนนำมาแปรรูปเป็นขนมคางกุ้ง และคำว่าคางกุ้ง ค้นหาแล้วไม่เจอ ก็เลยตั้งขึ้นมาเองเลยว่า “คางกุ้ง” เป็นเจ้าแรก เจ้าเดียวในประเทศไทย และอาจเป็นเจ้าแรกในโลก


ขั้นตอนการทำกว่าจะมาเป็น ขนมคางกุ้ง

เมื่อรับซื้อมาแล้วแกะเอาเฉพาะส่วนคางกุ้งแช่แข็ง พอเราจะใช้ก็เอามาละลายน้ำ ล้างน้ำ 2 รอบเพื่อให้คางกุ้งสะอาด หลังจากล้างเสร็จเรียบร้อย เราจะไปสู่ขั้นตอนการผสมแป้งสูตรพิเศษของโอคุสโน่ หลังจากคลุกเคล้าแป้งได้ที่ ขั้นตอนต่อไปก็นำคางกุ้งไปเข้าสู่กระบวนการทอดกรอบ ใช้เวลาทอด 2-3 นาที และมีการเปลี่ยนน้ำมันใหม่ทุกวัน เพื่อไม่ให้เป็นสารก่อมะเร็ง ขั้นตอนต่อมานำเอาคางกุ้งไปอบ เพื่อไม่ให้คางกุ้งอมน้ำมัน หลังจากนั้นนำเอาคางกุ้งไปผสมผงปรุงรส และนำไปบรรจุภัณฑ์ใส่ซอง บรรจุลงกล่อง พร้อมจำหน่ายได้เลย สำคัญที่สุดคือ รสดั้งเดิมเราไม่ใส่ผงชูรส

การออกแบบ Packaging

ตัวแพ็คเกจจิ้งเราออกแบบกันเองโดยให้รุ่นน้องวาดรูปให้ ปัจจุบันมี  3 รสชาติ  ดั้งเดิม แกงเขียวหวาน ต้มยำ แต่ละซองก็ออกแบบแตกต่างกันไป เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำได้

  • รสดั้งเดิม เป็นรูปน้องแพร (สีเหลือง)
  • รสต้มยำ เป็นรูปน้องชายคนเล็ก (สีส้ม)
  • รสแกงเขียวหวาน เป็นรูปน้องชายอีกคนชื่อเพชร (สีเขียว)

จุดขายของ Okusno

โอคุสโน่ แปลว่า อร่อย มาจากภาษาสโลวีเนีย เป็นประเทศที่แพรได้ไปทำงานหลังเรียนจบ
รูปแบบซอง แตกต่างจากคนอื่น เวลาไปวางบน Shelf จะโดดเด่น ดึงดูด เพราะเป็นรูปหน้าคน

วัตถุดิบที่ใช้ทำขนม เป็นขนมแนวคิดใหม่ ที่ปกติแล้วขนมขบเคี้ยวจะไม่มีประโยชน์ แต่ว่าของเราใช้วัตถุดิบหัวกุ้ง ซึ่งมีประโยชน์มากกว่า เพราะขนมส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งล้วน ส่วนของเราทำมาจากหัวกุ้งแท้ อุดมไปด้วยแคลเซียม 70 % ต่อ 1 ถุง

กลุ่มเป้าหมายคือใคร

ตอนแรกคิดว่ากลุ่มเป้าหมายคือ เด็กมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว แต่มีอยู่วันนึงไปออกบูธ แล้วมีเด็กกรุงเทพคริสเตียน ป.5 รู้จักกับน้องชายเราเลยให้ลองชิมดู ปรากฏว่าตะโกนลั่นเลย “เฮ้ย อร่อยอ่ะ !!”  จากจุดนั้นทำให้มีกำลังใจทำธุรกิจ ปลื้มสุดๆ และค้นพบว่ากลุ่มเป้าหมายกว้างมากกว่าเดิม ตั้งแต่เด็ก ป.5 ไปจนถึงกลุ่มผู้บริโภคอายุ 50 ปี

สโลแกน Okusno

“เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินแล้วดี” เพราะว่าเป็นแคลเซียมที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ใช่ขนมขบเคี้ยวที่ได้พลังงานเท่านั้น แต่ได้แคลเซียมด้วย เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่ชอบกินขนมขบเคี้ยว

ปัจจุบันยอดขายเป็นอย่างไร

เราเพิ่งเริ่มมาได้ยังไม่ถึงปี ยอดขายตอนแรกอาจจะน้อย แต่ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราวางแผนจะส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จีน เวียดนาม กัมพูชา กลุ่มประเทศเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ของเรา

มีเทคนิคการกระตุ้นยอดขายอย่างไร

  • เราค้นพบว่าการแจกชิม ทำให้คนรู้จักสินค้าเรามากขึ้น
  • จากการออกบูธแค่ 5 วัน ทำให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นถึง 3 เท่า
  • เราเลยตั้งเป้าว่าจะออกบูธอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
  • เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักสินค้าเรา และได้ลองชิมสินค้าของเราไปด้วย
  • ออนไลน์เราโปรโมทผ่านทาง Instagram , Facebook , Website
  • สามารถสั่งซื้อได้ทั้ง 3 ช่องทาง โดยเราส่งไปรษณีย์ให้ทั่วประเทศ

แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ปัจจุบันมี 3 รสชาติ

  • รสดั้งเดิม รสต้มยำ รสแกงเขียวหวาน
  • โดยหลักๆเราเน้นรสชาติที่เป็นอาหารไทย
  • เราจะพยายามเพิ่มรสชาติให้มากขึ้น
  • โปรดักส์ใหม่ที่เรากำลังพัฒนาอยู่ก็คือ รสลาบ รสแกงกระหรี่
  • อนาคตเราจะใช้วัตถุดิบที่เหลือจากการทำคางกุ้ง ก็คือ ขากุ้ง
  • นำมาทำเป็นขากุ้งโรยข้าวผสม งา สาหร่าย เป็นการเพิ่มมูลค่าต่อยอดธุรกิจคางกุ้ง

“สิ่งที่คนมองข้าม เมื่อนำมาเพิ่มมูลค่า

ก็สามารถสร้างรายได้ สร้างธุรกิจได้”

ขายราคาเท่าไหร่ และปัจจุบันขายอยู่ที่ไหนบ้าง

  • 1 ซอง ขายอยู่ที่ 25 บาท (25 กรัม)
  • ตอนนี้จำหน่ายที่ The Mall ทุกสาขา
  • Gourmet Market , Home Freshmart
  • SIAMPARAGON , เอ็มโพเรียม , เอ็มควอเทียร์

Okusno รับประทานอย่างไรได้บ้าง

  • ทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อย
  • ไปดูหนังกับแฟนมุ้งมิ้งกันสองคนก็เข้าท่า
  • เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินเพลินเวลาดูบอล
  • ไปเที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศพกไว้ เป็นเพื่อนคลายหิว
  • เทใส่ชามราดด้วยนมสดยามเช้า อร่อยฟินอย่าบอกใคร

ข้อคิดจาก Okusno

  • ไม่ว่าทำอะไรก็แล้วแต่ อยากให้ทำให้ถึงที่สุด และก็เลยคำว่าที่สุดไปอีก
    เพราะว่าวันหนึ่งเรามองย้อนกลับมา เราจะได้รู้ว่าเราทำมันดีที่สุดแล้ว
  • เริ่มศึกษาจากสิ่งที่เรามี พัฒนาต่อยอด ผ่านอุปสรรคนั้นให้ได้                                                                                                   แม้ว่าจะเจออุปสรรค เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ
  • ล้มได้แต่อย่าล้มเลิก

 สรุป

ธุรกิจโอคุสโน่ เกิดขึ้นจากความสงสัย ผสมผสานกับไอเดียเพื่อต่อยอดจนเกิดเป็นธุรกิจ ถ้าวันนั้นแม่ของน้องแพรแกะเปลือกกุ้งแล้วทิ้งไปเหมือนคนอื่น วันนี้เราก็คงไม่ได้รู้จักขนมคางกุ้ง นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มักบอกเสมอว่า “สมบัติล้ำค่า อยู่แค่สายตาที่มองเห็น” ประโยคนี้ฟังครั้งแรกเหมือนพูดเท่ พูดหล่อแล้วก็จบไป จนวันหนึ่ง วันที่มีคนทำสำเร็จแล้วพูดประโยคนี้อีกครั้ง โลกจะหยุดฟังทันที ผมกำลังจะบอกว่า ธุรกิจสามารถเกิดขึ้นได้จากไอเดียและความสงสัยของคุณ อ่านบทความนี้จบ ลองสำรวจเลยครับว่า ในบ้าน แถวบ้าน ในชุมชนที่คุณอาศัยอยู่ อะไรที่สามารถสร้างเป็นธุรกิจได้บ้าง ท่องไว้ครับ…

“ต่อยอด ต่อเติม เดินต่อ คุณสำเร็จแน่นอน”


ขอบคุณบทความจาก leader Wing
http://www.leaderwings.co/business/okusno/