null

0

“โอคุสโน่” ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่คนอื่นมองข้าม

“โอคุสโน่” ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่คนอื่นมองข้าม


null

กระแสการเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นเป็นกระแสที่มาแรงมากในตอนนี้ การเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองนั้นคงเป็นเรื่องที่ หลายๆ คนต้องการ แต่กลับประสบปัญหาไม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี เพราะในปัจจุบันธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่แล้วเป็นธุรกิจที่แตกต่าง ยังไม่มีใครทำนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ถ้าไม่มีการศึกษา หรือค้นคว้าอย่างจริงจัง ดังนั้น การเริ่มธุรกิจส่วนตัวนั้นส่วนมากเป็นการเริ่มต้นในแบบที่ทำตามกระแส อาศัยดวง และโชคชะตา

“คางกุ้ง” คือศัพท์ใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อธุรกิจของ พิมพ์มาดา โดยเฉพาะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครรู้จัก และไม่เคยมีใครสนใจว่า “คางกุ้ง” คืออะไร และสามารถนำมาทำอะไรได้บ้าง แต่ด้วยความบังเอิญบนโต๊ะอาหารที่เมื่อรับประทานทานหัวกุ้งหมดแล้วเหลือแต่ส่วนขาที่ติดกับหัวกุ้งแล้วเกิดความสนใจว่าชิ้นส่วนนี้น่าจะนำไปทำเป็นอะไรได้อีก จึงเป็นที่มา และจุดเริ่มต้นของ “โอคุสโน่” ขนมคางกุ้งแบรนด์แรก และแบรนด์เดียวในประเทศไทย

“คางกุ้งเป็นชื่อที่เราคิดขึ้นมาเองเพราะว่าเหมาะสมที่สุดที่จะใช้เรียกชิ้นส่วนนี้ของกุ้ง เราคิดว่าชิ้นส่วนนี้สามารถนำมาทำอะไรได้อีกจึงเริ่มทดลองทำหลายๆ วิธี ไม่ว่าจะเป็นปิ้ง ย่าง อบ แต่สรุปสุดท้ายคือการทอด เป็นวิธีที่ดีที่สุด นี่คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการทดลองทำ หาสูตรที่แน่นอน รวมถึงพัฒนาสินค้าจนสามารถวางจำหน่ายได้จริง”

แต่ด้วยความแปลกของวัตถุดิบนั้นทำให้ในระยะแรกไม่สามารถหาวัตถุดิบได้อย่างเพียงพอ แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีการแปรรูปกุ้งเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ชิ้นส่วนที่ “โอคุสโน่” ต้องการคือคางกุ้ง ชิ้นส่วนที่ไม่มีใครสนใจนอกจากนำไปบดทั้งหัวเพื่อเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ เรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาที่หนักมาก และต้องใช้ความพยายามอย่างสูงกว่าที่จะได้โรงงานแปรรูปกุ้งที่ยอมแกะคางกุ้งมาขายให้

ส่วนการเริ่มจัดจำหน่ายนั้น “พิมพ์มาดา” และ “โอคุสโน่” ได้เริ่มก้าวแรกจากการเดินเข้าไปหากลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่คือเครือ The Mall เนื่องจากวางแผนสำหรับอนาคตไว้แล้วว่า “โอคุสโน่” ต้องมีการเติบโตในตลาดต่างประเทศ การเข้าไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าที่มีชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากอย่างสยามพารากอน จึงเป็นคำตอบสำหรับการเริ่มต้นในการทำธุรกิจ ด้วยความแปลก และแตกต่างจากสินค้าอื่นๆ ที่มีทำให้ “โอคุสโน่” สามารถเข้าไปวางจำหน่ายได้สำเร็จ

“ถึงแม้ว่าเราจะเข้าไปจำหน่ายในสยามพารากอนได้อย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ยอดขายกลับไม่ดีนักเพราะไม่มีคนรู้จักแบรนด์ของเรา นอกจากการประชาสัมพันธ์สินค้าทางออนไลน์แล้วนั้น เรายังใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่เก่าแก่ แต่ได้ผลดีคือ การยืนแจกสินค้าตัวอย่างเพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นสินค้า และรู้จักสินค้าของเรามากขึ้น ซึ่งมีลตอบรับกลับมาที่ดีพอสมควร นอกจากนั้นการตัดสินใจออกงานแสดงสินค้าอาหารระดับโลกอย่างงาน Thaifex เมื่อปีที่ผ่านมา ได้เปิดมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจอาหารระดับโลกที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน และได้ผลตอบรับที่ดีมากจากการออกงานในครั้งนี้ จนมีลูกค้าต่างประเทศสนใจนำสินค้าของเราไปขาย ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม สปป.ลาว สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลี”

“พิมพ์มาดา” ได้เล่าเพิ่มเติมถึงปัญหาในการดำเนินธุรกิจของเจ้าของกิจการมือใหม่อีกว่า “ในช่วงแรกคือการขาดประสบการณ์ มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะสามารถผลิตออกมาขายได้ ส่วนที่สองคือการขาดความรู้ในการทำธุรกิจ หรือการเจรจาการค้า เราเคยทำผิดพลาดถึงขนาดโรงงานเดิมมีการทรุดตัวทำให้ต้องย้ายโรงงาน และดิ้นรนใหม่ วางเป้าหมายใหม่หมด เมื่อสามารถผ่านปัญหาเหล่านั้นมาได้ทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้นจนสามารถประสบความสำเร็จจนเป็น “โอคุสโน่” ในวันนี้ได้” 

สำหรับผู้ที่อยากเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นต้องมองว่าตัวเองนั้นสามารถรับความเสี่ยงได้หรือเปล่า ชอบความเสี่ยงหรือไม่ ถ้ารับไม่ได้ ไม่ชอบความเสี่ยง แนะนำให้เป็นพนักงานกินเงินเดือนจะดีกว่า เพราะเมื่อเป็นเจ้าของกิจการนั้นความเสี่ยงจะเข้ามาหาเยอะมาก ธุรกิจสามารถล้มได้ได้ในพริบตาเดียว ถ้าคนที่ไม่ชอบความเสี่ยงเมื่อธุรกิจมีปัญหาจะถอดใจ แล้วไม่ทำต่อ แต่ถ้าคนที่ชอบความเสี่ยงจะนำความผิดพลาดนั้นมาเป็นประสบการณ์ แล้วก้าวเดินออกไปสู้อีกครั้ง

ขอบคุณบทความจาก Customs Import Export
http://customsimportexportmag.com/index.php/social-news-2/166-2016-08-25-04-21-59